อาหารฟิวชันไทยและจีน

รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การฟิวชันจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะทำให้หลุดพ้นจากกรอบความจำเจของการใช้ชีวิตแบบในอดีตแล้ว ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่มีความโมเดิร์นแบบไม่ซ้ำใครอีกด้วย การฟิวชันนับเป็นนวัตกรรมทางความคิดรูปแบบหนึ่งที่สามารถสานต่อลมหายใจของวัฒนธรรมและสิ่งที่มีอยู่เดิมผ่านกระบวนการดัดแปลงและผสมผสาน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปจากเดิม ในเชิงการตลาดการฟิวชันนับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างแนบเนียนและสร้างสรรค์ สิ่งที่เห็นชัดและจับต้องได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘อาหารฟิวชัน’ ซึ่งก็คืออาหารรูปแบบหนึ่งที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างวัตถุดิบหรือวิธีการปรุงอาหารของอาหารสัญชาติหนึ่ง (หรือมากกว่า)มาประยุกต์ให้เข้ากับอาหารของอีกชาติหนึ่งจนได้เป็นเมนูใหม่ขึ้นมา ซึ่งการฟิวชันอาหารไทยและจีนก็ถือเป็นอีกรูปแบบที่น่าสนใจเนื่องจากมีลักษณะอาหารที่คล้ายกันและต่างก็เป็นอาหารที่นิยมรับประทานทั่วโลก

ขนมเทียนไหว้เจ้าตรุษจีนและใช้ในงานบุญของไทย มักวางเคียงคู่กับ ขนมเข่ง เราก็เลยนึกว่าขนมเทียนเป็นขนมที่มาจากประเทศจีน แต่แท้จริงแล้วขนมเทียนเป็นขนมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถาวร สิกขโกศล ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา และคอลัมนิสต์นิตยสารศิลปวัฒนธรรมระบุว่า จากการเดินทางและค้นคว้าข้อมูลด้านจีนศึกษามานาน ไม่พบ “ขนมเทียน” ในวัฒนธรรมจีนบนแผ่นดินจีนมาก่อน นอกจากวัฒนธรรมจีนในเมืองไทยเท่านั้น โดยขนมเทียนดัดแปลงมาจากขนมเข่ง แต่ใส่ไส้ด้านในซึ่งมีทั้งไส้คาวและไส้หวาน ขนมเทียนไส้หวานก็จะรู้ว่าเหมือนกับขนมใส่ไส้เลย เพียงแต่แป้งด้านนอกไม่ใช่กะทิ เรียกได้ว่าเป็นขนมฟิวชันก็ว่าได้ สำหรับคนไทยเชื้อสายจีนและคนจีนเชื้อสายไทยที่ต้องการไหว้เจ้าหรือไหว้บรรพบุรุษในช่วงเทศกาลอย่างวันตรุษจีนก็มักใช้ขนมเทียนเป็นอีกหนึ่งในของไหว้ของมงคลด้วย ส่วนประกอบของขนมเทียน มะพร้าว น้ำตาลปี้บ และแป้งข้าวเหนียว ตัวขนมคือแป้งข้าวเหนียวผสมน้ำนวดให้นุ่มเข้ากัน ห่อไส้ซึ่งมีทั้งชนิดหวานและเค็ม ไส้หวานทำจากมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยผัดกับน้ำตาลปี๊บ คล้ายหน้ากระฉีก ส่วนไส้เค็มทำจากถั่วเขียวซีกผัดกับเครื่องปรุงรสให้กลิ่นพริกไทยชัดเจน ห่อด้วยใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยม
(ทรงปิรามิด) บางคนจึงเรียก “ขนมนมสาว”

พูดถึงน้ำขิง น้ำเต้าหู้ออกจะเป็นอาหารคนแก่ เห็นมีแต่อาม่า อากง อาอึ้ม เท่านั้นที่ชอบกิน วันนี้ถูกนำมาพัฒนาปรับปรุงหน้าตาให้สดใหม่ทันสมัยถูกใจหนุ่มสาว บิงซูหรือน้ำแข็งไสสไตล์เกาหลีที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำจากน้ำขิงและเครื่องเคียงอย่างเต้าฮวยและบัวลอย รวมทั้งบัวลอยในน้ำเต้าหู้สีขาวขุ่นนวลเนียนอุ่นๆ ก็เป็นอาหารฟิวชันที่เพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างแนบเนียนและสร้างสรรค์ เช่นกัน

นอกจากนี้มีอาหารฟิวชันไทย-จีน ที่เป็นอาหารคาว กุ้งแม่น้ำทอดพริกน้ำมันงา เป็นผู้ปรุงสร้างสรรค์จากเมนูไทยๆที่คิดจากข้าวต้มกุ้งมีส่วนผสมจากกุ้งราดรากผักชี กระเทียม พริกไทย และการยำโดยใช้พริกน้ำมันงาของจีน จึงนำกุ้งแม่น้ำมาใส่กลิ่นจีนๆ โดยเพิ่มการยำพริกน้ำมันงาเข้าไป และข้าวสตูว์เนื้อหมาล่าเป็นอีกหนึ่งจานฟิวชันที่แสดงถึงความเข้าใจในอาหารที่ทำ ซึ่งผู้ปรุงใช้เครื่องหมาล่าที่เคล้าเนียนไปกับชิ้นเนื้อโชยกลิ่นหอมบางๆ แซมฉุนจางๆ รสเผ็ดสัมผัสลิ้นแต่ไม่หนักถึงขั้นชา เนื้อนุ่มจากการอบและเคี่ยวรวมเวลาถึง 6 ชั่วโมง ไข่พะโล้แช่ใบชา ซีอิ๊ว และมะตูม ให้กลิ่นหวานอ่อนไม่กลบรสสตูว์เนื้อหมาล่า ทุกส่วนประกอบเสิร์ฟมาพร้อมข้าวสวยหุงร้อน

การฟิวชันที่ดีเป็นการผสมผสานและใช้จินตนาการเพื่อสร้างสรรค์ความดั้งเดิมให้ออกมาในรูปแบบใหม่ ต่อยอดรากเหง้าของวัฒนธรรมที่มี เพื่อปรับและผสมผสานให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป การฟิวชันอะไรก็ตามประสบความสำเร็จนั้น ต้องมาจากพื้นฐานความเข้าใจถึงแก่นของสิ่งที่จะนำมาดัดแปลงและผสมผสาน โดยคำนึงถึงความเข้ากันได้เป็นสำคัญ มิเช่นนั้นการฟิวชันก็จะไม่เกิดประโยชน์

ที่มา : https://web.tcdc.or.th/th/Articles/Detail/Fusion-for-the-World
https://adaymagazine.com/bite-me-softly-cafe/
https://e-toyotaclub.net/site/Life-style-บทความไลฟ์สไตล์/Lifestyle-Detail/ID/5238
https://krua.co/food-story/food-reviews/241/-lsquo-
https://th-th.facebook.com/612365295504993/photos/
เรียบเรียงโดย ผศ. เมตตา โพธิ์กลิ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *